Skip to content

สั่งซื้อครบ30,000 บาท จัดฟรีพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑล

เลือกสีไม้พื้นภายนอกให้เข้ากับสไตล์บ้าน สีไหนเหมาะกับบ้านของคุณ?

การเลือก ไม้พื้นภายนอก ไม่ได้มีเพียงเรื่องความแข็งแรงและความทนทานเท่านั้น แต่ “สีของพื้นไม้” ยังมีผลต่อภาพรวมของบ้านอย่างมาก เพราะพื้นภายนอกมักกินพื้นที่กว้าง ไม่ว่าจะเป็นพื้นระเบียง พื้นรอบสระว่ายน้ำ พื้นทางเดิน หรือพื้นที่พักผ่อนในสวน

     สีไม้ที่เหมาะสมจะช่วยเชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกให้ต่อเนื่อง ทำให้บ้านดูมีเอกภาพ และส่งเสริมสไตล์สถาปัตยกรรมให้ชัดเจนขึ้น ในทางกลับกัน หากเลือกสีโดยดูจากตัวอย่างไม้เพียงชิ้นเดียว โดยไม่พิจารณาสีผนัง หลังคา ประตู หน้าต่าง และแสงธรรมชาติ สีที่ได้หลังติดตั้งอาจแตกต่างจากภาพที่จินตนาการไว้

บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือกสี พื้นไม้เทียมภายนอก ให้เหมาะกับสไตล์บ้าน โดยเปรียบเทียบจาก 6 เฉดสี ได้แก่ เมเปิ้ล สัก โอ๊ค วอลนัท ไวท์โอ๊ค และสักไทย

ก่อนเลือกสีไม้พื้นภายนอก ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจจากความชอบส่วนตัว ควรพิจารณาองค์ประกอบรอบพื้นที่ติดตั้งควบคู่กันไป

1. สีหลักของตัวบ้าน

เริ่มต้นจากการดูสีผนัง หลังคา กรอบประตู หน้าต่าง และวัสดุตกแต่งภายนอก หากบ้านใช้สีขาว เทา หรือครีม จะสามารถจับคู่กับสีไม้ได้ค่อนข้างหลากหลาย แต่ถ้าตัวบ้านมีสีเข้มหรือมีวัสดุหลายประเภท ควรเลือกสีพื้นที่ช่วยลดความซับซ้อนของภาพรวม

2. ขนาดของพื้นที่

สีอ่อนช่วยให้บริเวณระเบียงหรือพื้นที่ขนาดเล็กดูกว้างและโปร่งขึ้น ส่วนสีเข้มให้ความรู้สึกสงบ หนักแน่น และช่วยแบ่งขอบเขตของพื้นที่ได้ชัดเจน จึงเหมาะกับพื้นที่กว้างหรือบริเวณที่ต้องการสร้างจุดเด่น

3. ปริมาณแสงธรรมชาติ

ไม้ที่ติดตั้งกลางแจ้งจะดูสว่างกว่าตัวอย่างที่เห็นภายในอาคาร สีไม้บางเฉดอาจดูอ่อนลงเมื่อถูกแสงแดดโดยตรง จึงควรนำตัวอย่างวัสดุไปเปรียบเทียบในพื้นที่จริง ทั้งช่วงเช้า ช่วงกลางวัน และช่วงเย็นก่อนตัดสินใจ

4. บรรยากาศที่ต้องการ

สีไม้โทนอ่อนให้ความรู้สึกสะอาด สบาย และร่วมสมัย ส่วนสีไม้โทนกลางให้ความอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ขณะที่สีเข้มช่วยสร้างบรรยากาศหรู สุขุม และมีมิติ

1. สีเมเปิ้ล เหมาะกับบ้านมินิมอลและสแกนดิเนเวียน

สีเมเปิ้ลเป็นไม้โทนอ่อนอมเหลือง ให้ความรู้สึกสว่าง อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการบรรยากาศเรียบง่ายและผ่อนคลาย

สีนี้เข้ากันได้ดีกับผนังสีขาว ครีม เบจ และเทาอ่อน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทรงเรียบหรือพื้นที่ที่มีต้นไม้สีเขียวเป็นองค์ประกอบ

เหมาะกับสไตล์บ้าน:

  • Minimal
  • Scandinavian
  • Japandi
  • Modern Natural
  • บ้านพักตากอากาศ

สีเมเปิ้ลเหมาะกับระเบียงขนาดเล็ก เพราะสีอ่อนช่วยให้พื้นที่ดูเปิดโล่งมากขึ้น แต่บริเวณที่มีฝุ่นหรือดินแดงอาจมองเห็นคราบได้ง่ายกว่าสีโทนกลาง จึงควรวางแผนเรื่องการทำความสะอาดร่วมด้วย

2. สีสัก เหมาะกับบ้านโมเดิร์นทรอปิคอล

สีสักเป็นโทนน้ำตาลอมเทาที่ให้ความรู้สึกเรียบ สุขุม และเป็นธรรมชาติ สามารถเข้ากับบ้านได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ปูนเปลือย หินธรรมชาติ หรือผนังสีเทา


เฉดสีนี้ไม่สว่างหรือเข้มจนเกินไป จึงช่วยให้พื้นที่ภายนอกดูอบอุ่นโดยไม่ทำให้ภาพรวมของบ้านหนักเกินไป

เหมาะกับสไตล์บ้าน:

  • Modern Tropical
  • Contemporary
  • Resort Style
  • Modern Zen
  • บ้านสวนร่วมสมัย

สีสักเหมาะกับพื้นที่ระเบียง พื้นศาลา พื้นรอบบ้าน และมุมพักผ่อนกลางแจ้ง เป็นหนึ่งในสีที่เลือกใช้งานได้ง่ายและไม่ตกยุค

3. สีโอ๊ค เหมาะกับบ้านร่วมสมัยที่ต้องการความอบอุ่น

สีโอ๊คเป็นน้ำตาลโทนกลาง มีความเป็นธรรมชาติและมองเห็นลวดลายไม้ได้ชัดเจน ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากกว่าสีเทา แต่ไม่เข้มเท่าสีวอลนัท


สีนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสมดุลระหว่างความโมเดิร์นและบรรยากาศแบบบ้านพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านสีขาว บ้านสีครีม หรือบ้านที่มีองค์ประกอบของอิฐและหิน

เหมาะกับสไตล์บ้าน:

  • Contemporary
  • Modern Classic
  • Farmhouse
  • Modern Rustic
  • บ้านครอบครัว

สีโอ๊คสามารถนำไปใช้กับพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ดี เพราะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูมืด เหมาะกับพื้นระเบียงขนาดใหญ่และพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง

4. สีวอลนัท เหมาะกับบ้านโมเดิร์นลักชัวรีและสไตล์ลอฟต์

สีวอลนัทเป็นไม้โทนน้ำตาลเข้ม ให้ความรู้สึกหรู สุขุม และมีน้ำหนักทางสายตา เหมาะกับบ้านที่ต้องการสร้างความแตกต่างระหว่างพื้นไม้กับผนังสีอ่อน

สามารถจับคู่กับกรอบอะลูมิเนียมสีดำ ผนังปูนเปลือย หินสีเทาเข้ม หรือกระจกบานใหญ่ได้อย่างลงตัว

เหมาะกับสไตล์บ้าน:

  • Modern Luxury
  • Loft
  • Industrial
  • Contemporary Luxury
  • Modern Tropical โทนเข้ม

สีวอลนัทเหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ หากใช้ในพื้นที่เล็กหรือมีแสงน้อย ควรเพิ่มผนังสีอ่อนและแสงสว่าง เพื่อไม่ให้บริเวณนั้นดูทึบเกินไป

5. สีไวท์โอ๊ค เหมาะกับบ้านโมเดิร์น มินิมอล และบ้านโทนสว่าง

สีไวท์โอ๊คเป็นไม้โทนอ่อนอมเทา มีความเรียบ สะอาด และร่วมสมัย ต่างจากสีเมเปิ้ลที่มีความอบอุ่นอมเหลืองมากกว่า


เฉดสีนี้เหมาะกับบ้านที่ใช้สีขาว เทาอ่อน กระจก และโลหะเป็นองค์ประกอบหลัก ช่วยทำให้พื้นที่กลางแจ้งดูเบาและมีความทันสมัย

เหมาะกับสไตล์บ้าน:

  • Modern Minimal
  • Japandi
  • Scandinavian
  • Modern Coastal
  • บ้านโมเดิร์นสีขาว

ไวท์โอ๊คเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพื้นระเบียงคอนโด พื้นสวนขนาดเล็ก หรือบ้านที่ต้องการให้พื้นที่ภายนอกดูกว้างขึ้น โดยควรนำตัวอย่างสีไปดูภายใต้แสงแดดจริง เพราะแสงกลางแจ้งอาจทำให้สีดูอ่อนกว่าที่เห็นในภาพ

6. สีสักไทย เหมาะกับบ้านไทยร่วมสมัยและบ้านรีสอร์ต

สีสักไทยเป็นน้ำตาลอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับงานไม้ธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเสน่ห์ของไม้แบบดั้งเดิม แต่ต้องการวัสดุที่เหมาะกับการใช้งานภายนอก


สีนี้เข้ากันได้ดีกับหลังคากระเบื้อง ผนังสีครีม อิฐ หินธรรมชาติ และสวนเขตร้อน

เหมาะกับสไตล์บ้าน:

  • Thai Contemporary
  • Tropical Resort
  • บ้านไทยประยุกต์
  • Colonial
  • บ้านสวน

สักไทยเหมาะกับพื้นที่ศาลา ระเบียงบ้าน ทางเดินในสวน และร้านอาหารหรือรีสอร์ตที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่นเป็นธรรมชาติ

บ้านสีขาวควรเลือกไม้พื้นสีอะไร?

บ้านสีขาวสามารถจับคู่กับไม้พื้นได้หลายเฉด ขึ้นอยู่กับบรรยากาศที่ต้องการ

ถ้าต้องการให้บ้านดูสว่างและมินิมอล ควรเลือกสีเมเปิ้ลหรือไวท์โอ๊ค หากต้องการเพิ่มความอบอุ่น สามารถเลือกสีโอ๊คหรือสักไทย แต่ถ้าต้องการสร้างคอนทราสต์และให้บ้านดูโมเดิร์นมากขึ้น สีวอลนัทจะช่วยทำให้เส้นสายของบ้านชัดเจนขึ้น

บ้านสีเทาควรเลือกไม้พื้นสีอะไร?

สำหรับบ้านสีเทา หากต้องการคงความเรียบและร่วมสมัย แนะนำสีสัก ไวท์โอ๊ค หรือวอลนัท

สีสักจะทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้นโดยไม่ตัดกับผนังมากเกินไป ส่วนไวท์โอ๊คช่วยให้ภาพรวมดูสว่างและมินิมอล ขณะที่วอลนัทเหมาะกับบ้านที่ต้องการบรรยากาศเข้ม สุขุม และหรูหรา

ควรเลือกสีไม้พื้นให้เหมือนกับประตูและผนังหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเลือกให้เป็นสีเดียวกันทั้งหมด เพราะอาจทำให้บ้านดูแบนและขาดมิติ ควรเลือกสีที่อยู่ในอุณหภูมิสีใกล้เคียงกัน เช่น ประตูไม้โทนอุ่นสามารถจับคู่กับพื้นสีโอ๊คหรือสักไทย ส่วนกรอบประตูสีดำสามารถจับคู่กับพื้นสีสักหรือวอลนัทได้ดี

หลักสำคัญคือไม่ควรใช้สีไม้หลายโทนมากเกินไปในบริเวณเดียวกัน โดยอาจกำหนดให้พื้นเป็นสีหลัก แล้วใช้สีของประตู ฝ้า หรือผนังเป็นสีรอง

อย่าเลือกสีจากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว

สีของไม้พื้นในภาพถ่ายอาจแตกต่างจากวัสดุจริง เนื่องจากแสง กล้อง หน้าจอ และการปรับแต่งภาพ ก่อนสั่งซื้อจึงควรขอตัวอย่างสีไปวางในพื้นที่ติดตั้งจริง

ควรทดลองดูสีในช่วงเวลาต่างกัน และวางตัวอย่างไม้เทียบกับผนัง ประตู กระเบื้อง และเฟอร์นิเจอร์ภายนอก เพื่อให้เห็นภาพรวมใกล้เคียงกับการติดตั้งจริงมากที่สุด

นอกจากสีแล้ว ไม้พื้นภายนอกควรมีคุณสมบัติอะไร?

พื้นที่ภายนอกต้องเผชิญกับแสงแดด ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จึงควรเลือกวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานภายนอกโดยเฉพาะ

ไม้พื้นเทียมกลวงเหลี่ยม Premium Co’EX ผลิตจากวัสดุ WPC พร้อมชั้นเคลือบผิว ช่วยลดการซีดจางและการเกิดคราบจากการใช้งานกลางแจ้ง ดูแลรักษาง่าย และไม่เป็นอาหารของปลวก อย่างไรก็ตาม ควรติดตั้งตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเว้นระยะโครงและช่องระบายน้ำอย่างเหมาะสม

สรุป เลือกสีไม้พื้นภายนอกอย่างไรให้บ้านดูสวยลงตัว?

การเลือกสีไม้พื้นภายนอกที่ดีที่สุดไม่มีคำตอบตายตัว เพราะต้องพิจารณาทั้งสไตล์บ้าน สีของวัสดุรอบข้าง ขนาดพื้นที่ ปริมาณแสง และบรรยากาศที่เจ้าของบ้านต้องการ

บ้านมินิมอลเหมาะกับเมเปิ้ลและไวท์โอ๊ค บ้านโมเดิร์นทรอปิคอลเหมาะกับสีสัก บ้านร่วมสมัยเลือกใช้สีโอ๊คได้ง่าย ส่วนบ้านสไตล์ลอฟต์หรือโมเดิร์นลักชัวรีเหมาะกับวอลนัท ขณะที่บ้านไทยร่วมสมัยและบ้านรีสอร์ตสามารถเพิ่มความอบอุ่นด้วยสีสักไทย

ก่อนตัดสินใจ ควรขอตัวอย่างสีและนำไปเปรียบเทียบกับพื้นที่จริง เพราะสีที่เห็นภายใต้แสงแดดอาจแตกต่างจากภาพบนหน้าจอ

เลือกสีไม้พื้นภายนอกให้เหมาะกับบ้านของคุณ พร้อมขอคำแนะนำและตัวอย่างสีจากไม้เทียมไทย

คำถามที่พบบ่อยสำหรับใส่ท้ายบทความ

ไม้พื้นภายนอกสีอ่อนหรือสีเข้ม แบบไหนดูแลง่ายกว่า?

สีโทนกลางมักช่วยพรางฝุ่น คราบน้ำ และร่องรอยจากการใช้งานได้ง่ายกว่าสีอ่อนหรือสีเข้มมาก แต่การดูแลจริงขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่และความถี่ในการทำความสะอาด

ไม้พื้นสีเข้มทำให้พื้นที่ร้อนกว่าสีอ่อนหรือไม่?

โดยทั่วไปพื้นผิวสีเข้มมีแนวโน้มดูดซับความร้อนได้มากกว่าสีอ่อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดโดยตรง จึงควรพิจารณาทิศทางแดดและการใช้งานก่อนเลือกสี

สามารถใช้สีไม้พื้นคนละสีกับฝ้าหรือผนังได้หรือไม่?

สามารถใช้คนละสีได้ แต่ควรเลือกโทนสีที่สัมพันธ์กัน และไม่ควรใช้สีไม้หลายเฉดมากเกินไปในพื้นที่เดียว เพื่อให้ภาพรวมของบ้านดูเป็นระเบียบ

ควรดูตัวอย่างสีก่อนสั่งซื้อหรือไม่?

ควรดูตัวอย่างวัสดุจริงเสมอ และควรนำไปวางในพื้นที่ติดตั้ง เพราะแสงธรรมชาติ สีผนัง และสภาพแวดล้อมมีผลต่อการมองเห็นสีไม้



 




Leave A Comment